[spvideo]https://www.youtube.com/watch?v=OagU7fUYYik&feature=youtu.be&fbclid=IwAR1NZ0Ecam4rG_9nbrlglROnr_btpfVuzymA0TEmZ7d8rpP6JgoRHSIcqwM?&autoplay=1[/spvideo]

4S โรคผิวหนังในเด็กเล็ก

4s  

โรค 4S(Staphylococcal Scalded Skin Syndrome)โรคที่อาจไม่คุ้นหู โรคนี้เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Staphylococcus aureus โดยเชื้อแบคทีเรียจะปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้ามีการหลุดลอกแบบตื้นๆ พร้อมเผยวิธีการรักษาของแพทย์

 

               นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสนอข่าว เฟซบุ๊กชื่อว่า “คุณหญิง ฉัตรเพชรฯ” โดยเล่าเรื่องราวของเด็กหญิงอายุ 5 เดือน 5 วัน ป่วยเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งมีอาการผิวหนังเริ่มด้วยอาการหลุดลอกมีจุดเล็กๆ สีเหลือง หนังที่แดงเริ่มปริออกเหมือนคนถูกน้ำร้อนลวก ผิวหนังแดงที่เบ้าตา 2 ข้าง รอบปาก ร้องงอแง ซึ่งได้ไปพบแพทย์ วินิจฉัยว่าเด็กมีการติดเชื้อทางผิวหนังอย่างรุนแรง ต้องให้ยาปฏิชีวนะ ถ้าไม่ทันอาจติดเชื้อเข้ากระแสเลือดถึงแก่ชีวิต จากข้อมูลดังกล่าวพบว่าโรคนี้พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กทารก และเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี รวมถึงมีโอกาสเกิดกับผู้ใหญ่ที่มีโรคไตด้วย เนื่องจากไม่มีภูมิต้านทานต่อท็อกซินและไตไม่สามารถทำงานได้ดีในการขับท็อกซินออกไปจากร่างกาย อาการของโรค 4S คือ เด็กจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง โดยอาจมีน้ำมูกไหล มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรียที่สะดือ หูน้ำหนวก หากไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เชื้อกระจายมากขึ้นหรือได้รับเชื้อโรคจากผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อดังกล่าวได้

               แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะผื่นที่ผิวหนัง คือ มีผิวแดงและเจ็บ พบได้บ่อยบริเวณใบหน้า ผื่นรอบตา รอบปาก ก้น ซอกพับ ผื่นสามารถกระจายไปทั่วตัวอย่างรวดเร็วใน 1 - 2 วัน จากนั้นจะสังเกตเห็นการลอกของผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการแยกตัวของหนังกำพร้าชั้นตื้น มีแผลถลอกตื้นๆ หรือเป็นแผ่นและสะเก็ด ลักษณะจำเพาะ คือ สะเก็ดลอกจะเรียงเป็นเส้นๆ ในแนวรัศมี รอบปาก และดวงตา การวินิจฉัยแยกโรค ต้องแยกกับอาการแพ้ยา โรคคาวาซากิ  ผิวไหม้จากแดด

               การรักษา โรคนี้รักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเพื่อกำจัดเชื้อที่สร้างท็อกซิน  ให้สารน้ำให้เพียงพอเนื่องจากผู้ป่วยมีการสูญเสียน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ สำหรับการรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้และแก้ปวด ร่วมกับการดูแลแผล โดยผิวหนังจะหายเป็นปกติหลังจากผื่นหาย อย่างไรก็ตาม ในเด็กเล็กหรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ จะต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิด เช่น ภาวะขาดสารน้ำ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ที่มา : https://www.thaihealth.or.th

 

อนาคตของเรา โรงพยาบาลของเรา

    49 512   198  ถนนราชดำเนิน   ตำบลในเมือง อำเภอเมือง

    49 512   จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000

   images  โทร. 075-340250